ใส่แว่นยังไงไม่ให้ดูเป็นเด็กเนิร์ดแสนน่าเบื่อกันนะ

            หลายคนที่มีค่าสายตาไม่ปกติ สั้นไป ยาวไป หรือแม่แต่สายตาเอียง คงเคยเจอปัญหาเรื่องการเลือกใส่แว่นมาเยอะแน่ ๆ จะใส่คอนแทคเลนส์ก็ไม่สะดวก ใส่ไม่เป็น บางคนใส่แล้วอาจจะเกิดอาการตาแห้ง อีกทั้งยังพังไว เพราะเก็บรักษายาก แถมยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงในดวงตาอีกด้วย แต่พอใส่แว่นคนก็ทักว่าเป็นคุณป้าซะอย่างนั้น วันนี้เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ที่จะทำให้การเลือกใส่แว่นตาของสาว ๆ ดูสวยใสไม่เป็นป้ามาฝากกัน

กรอบแว่นทรงหยดน้ำ เป็นทรงที่จะทำให้หน้าของเราดูซอฟและหวานขึ้น ควรเน้นกรอบที่ไม่หนาจนเกินไป หรือกรอบหนาแต่เป็นสีใส ๆ จะดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้มองแล้วรู้สึกรุ่มร่ามหรืออึดอัดได้ เหมาะมาก ๆ สำหรับสาวที่มีใบหน้ารูปเพชร เพราะแว่นทรงนี้จะทำให้ใบหน้าของคุณดูมีมิติมากขึ้น อาจจะไม่เหมาะกับสาวที่มีใบหน้าทรงกลมหรือรูปหัวใจมากนัก แต่ถ้าเลือกขนาดแว่นให้พอดี ก็สามารถใส่ออกมาสวยได้ทุกคนแน่นอน

กรอบแว่นทรงนักบิน เป็นทรงที่แนบไปกับใบหน้า ให้ความรู้สึกทน แข็งแรง เหมาะกับการแต่งตัวสไตล์สตรีทเกิร์ลเป็นอย่างมาก เพราะใส่จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้า แถมยังทำให้ผู้สวมใส่ดูเท่แหวกแนวมาก ๆ (กรอบแว่นทรงนี้เป็นที่นิยมมากในบรรดาหนุ่ม ๆ ) แต่ถ้าจะเลือกสวมใส่แว่นทรงนี้ ก็ต้องจัดแต่งทรงผมให้ดูดีสักหน่อยนะ ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นคุณป้าหอบของได้

กรอบแว่นทรงกลม เรียกได้ว่าเป็นทรงแว่นที่กำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ แล้วต้องเป็นทรงกลมแบบกรอบใหญ่ ๆ เลยนะ เพราะสามารถใส่ได้กับรูปหน้าเกือบทุกแบบ แถมยังช่วยให้รูปหน้าดูเล็กลงใส่แล้วหน้าดูเด็กย้อยวัยกันไปเลยทีเดียว เป็นทรงแว่นที่ให้ลุคสวยใสสไตล์สาวเกาหลีมาก ๆ คนที่ไหนที่ชอบการแต่งตัวเป็นแนวโคเรียเกิร์ลอยู่แล้ว ต้องห้ามพลาด หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ค่าสายตาไม่ได้มีปัญหาแต่อยากจะใส่เป็นแว่นกันลมเฉย ๆ ก็ทำให้ดูดีมีเสน่ห์ไปอีกแบบ รับรองว่าน่ารักใส ๆ แน่นอน

สมัยนี้มีรูปทรงกรอบแว่นให้เลือกเยอะมาก ๆ  และค่านิยมเรื่องการใส่แว่นคือ การเป็นเด็กเนิร์ดน่าเบื่อนั้นมันเอ้าท์ไปนานแล้ว เห็นได้จากการที่คนส่วนใหญ่นิยมใส่แว่นกันมากขึ้น ไม่ว่าจะสวมใส่เป็นแว่นกันแดด แว่นสายตา หรือแค่ใส่เป็นแว่นแฟชั่นกันลมธรรมดาก็ตามที ดังนั้นสาว ๆ สามารถเลือกใส่แว่นที่ถูกใจ และเข้ากับสไตล์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะตกเทรนด์เลยล่ะ

นอกจากเลือกเลือกทรงกรอบแว่นให้ถูกใจแล้ว ก็ต้องเลือกและค่าสายตาให้พอดี และพักสายตาจากคอมพิวเตอร์ จากมือถือบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นสายตาอาจจะเสียกว่าเดิมจนต้องใส่แว่นหนาเตอะได้นะจ๊ะสาว ๆ

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on ใส่แว่นยังไงไม่ให้ดูเป็นเด็กเนิร์ดแสนน่าเบื่อกันนะ

แฟชั่นรองเท้าผู้หญิง จากอดีตสู่ปัจจุบัน

                รองเท้าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดสำหรับสุภาพสตรี วันนี้เราจึงได้นำเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของรองเท้าผู้หญิง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาฝากกัน เราไปดูกันว่าสาว ๆ สมัยก่อนเค้านิยมสวมใส่รองเท้าแบบไหน และรองเท้าสุภาพสตรีในปัจจุบันมีการปรับปรุงพัฒนาจากรูปแบบรองเท้าในอดีตมากน้อยเพียงใด

รองเท้าส้นสูง สร้างบุคลิก เสริมคนใส่

                เริ่มจากปี 1920 รองเท้าของสุภาพสตรีสมัยนั้นต้องเป็นรองเท้ามีส้น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าส้นสูงหรือแม้แต่รองเท้าที่ใช้สวมใส่เล่นกีฬา ก็ต้องมีส้นหนา ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่การสวมใส่รองเท้าส้นสูงคู่กับชุดว่ายน้ำ ก็เป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนี้ มาถึงปี 1930 รองเท้าหนังส้นสูงเป็นที่ได้รับความนิยมในการสวมใส่กลางแจ้ง รวมถึงการใช้ไม้หรือไม้ก๊อกมาทำเป็นส้นรองเท้า ก็เป็นการออกแบบผลิตรองเท้าที่เริ่มมีให้เห็นกันอย่างแพร่หลาย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ปี 1950 รองเท้าส้นแบบและรองเท้าแบบหุ้มปิดนิ้วเท้า ก็เริ่มได้รับความนิยมในการสวมใส่ รวมถึงรองเท้าหนังสีน้ำตาลก็เป็นรองเท้าที่สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีนิยมสวมใส่เช่นเดียวกัน ต่อด้วยยุคปี 1960 รองเท้าบูทหนังสีดำและสีน้ำตาลก็มีอิทธิพลสำหรับแฟชั่นการแต่งกายและสวมใส่กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงรองเท้าส้นสูงก็ได้มีการออกแบบให้มีดีไซน์ที่หลากหลายและแตกต่างมากขึ้น ด้วยรูปแบบของส้นรองเท้าที่บางลงจากยุคก่อน เข้าสู่ยุคปี 1970 ที่รองเท้าบูทแบบคาวบอยตะวันตกเป็นกระแสที่ได้รับความนิยม ซึ่งหลายคนคงจะได้เห็นกันแล้วตามแฟชั่นในหนังและภาพยนตร์ต่าง ๆ

สู่ยุครองเท้าแบบลำลองและรองเท้าผ้าใบ

                เมื่อเข้าสู่ยุค 80 ส้นของรองเท้าก็ปรับลดความสูงให้น้อยลงเรื่อย ๆ จนมาเป็นรองเท้าเตะสำหรับสวมใส่แบบลำลอง และรองเท้าแบบ Flat สำหรับสุภาพสตรีที่นิยมใช้สวมใส่ไปทำงานรวมถึงรองเท้าหนังก็ยังคงได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตมาจนถึงยุคนี้ จนเข้าสู่ยุค 90 รองเท้าที่ใช้สวมใส่แบบสบาย ๆ ก็เป็นแฟชั่นที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างเช่น รองเท้า Birkenstock รวมถึงรองเท้าผ้าใบสำหรับใช้สวมใส่แบบลำลองรวมถึงใช้ออกกำลังกายก็ได้รับความนิยมสำหรับสวมใส่ของสุภาพสตรี ทำให้เกิดการนำเสนอและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่โด่งดังและรู้จักกันในระดับโลก ได้แก่ Reebok, Nike และ Adidas เป็นต้น

                จะเห็นได้ว่ารองเท้าส่วนใหญ่เกือบทุกรูปแบบที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมสวมใส่กันของสุภาพสตรีอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามแบรนด์ต่าง ๆ ก็ได้มีการออกแบบ ดีไซน์ และพัฒนาคุณภาพของรองเท้าสุภาพสตรีกันอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสุภาพสตรีแต่ละคนก็ย่อมมีรองเท้ามากมายหลายแบบแบบละหลาย ๆ คู่เอาไว้ติดตู้เพื่อเลือกหยิบมาสวมใส่กันเป็นแน่

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on แฟชั่นรองเท้าผู้หญิง จากอดีตสู่ปัจจุบัน

วิวัฒนาการแฟชั่นกระโปรงสุภาพสตรีตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน

                วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศเรื่องของแฟชั่นนำเทรนด์นำสมัย มาดูการแต่งตัวของสุภาพสตรีย้อนไปเกือบ 100 ปีที่แล้วกันบ้าง สำหรับวิวัฒนาการและเรื่องราวของแฟชั่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คือแฟชั่นกระโปรงของสุภาพสตรีตั้งแต่ในยุคปี 1920 การสวมใส่กระโปรงของคุณผู้หญิงสมัยนั้นจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลย

แฟชั่นกระโปรงปี 1920

                ขอย้อนไปตั้งแต่เกือบ 100 ปีที่แล้ว ซึ่งในปี 1920 นั้นอยู่ในช่วงไม่กี่ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งการสวมใส่กระโปรงของสุภาพสตรีในยุคนั้นจะเป็นกระโปรงและชุดเดรสซึ่งนิยมออกแบบลวดลายสีสันของดอกกุหลาบคลุมลงไปตั้งแต่รอบเอวไปจนถึงบริเวณสะโพก หลังจากยุคนั้นก็เริ่มเข้าสู่แฟชั่นของช่วงปี 1929 การสวมใส่กระโปรงยาวในสไตล์ชุดราตรีคลุมเข่าไปจนถึงตาตุ่มก็เริ่มได้รับความนิยม จนเข้าสู่ปี 1930 การแต่งกายของสุภาพสตรีส่วนใหญ่ ได้รับอิทธิพลจากการแต่งตัวของดาราฮอลลีวูดในลักษณะของกระโปรงผ้าชีฟอง ผ้ากำมะหยี่ หรือกระโปรงที่ออกแบบดีไซน์มาให้ใส่แบบสบาย ๆ ใส่คู่กับเสื้อไหล่กว้าง แล้วคาดเข็มขัดพันรอบเอว การใช้ขนสัตว์และการดีไซน์เป็นลวดลายดอกไม้ก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนเริ่มเข้าสู่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กระโปรงในสไตล์หรูหรา เริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ขนสัตว์ ผ้าไหม ผ้าไนลอน ไหมสังเคราะห์และการผสมผสานวัสดุ หรือเนื้อผ้าที่หาได้มาตัดเย็บเป็นกระโปรง จนเริ่มเข้าสู่ปี 1950 แฟชั่นของกระโปรงทรง A หรือกระโปรงทรงดินสอ ซึ่งเป็นลักษณะกระโปรงทรงแคบ เริ่มเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งการนำมาออกแบบเป็นกระโปรงยาวและกระโปรงสั้น จนกระทั่งเข้าสู่ปี 1960 ที่แฟชั่นฮิปปี้ได้เริ่มเข้ามามีบทบาท นำไปสู่การสวมใส่ชุดเมกซี่เดรส กระโปรงที่สวมใส่ไปเที่ยวกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นแนวเต้นรำ หรือดิสโก้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น

แฟชั่นเมื่อเริ่มเข้าสู่ยุค 80

                เมื่อเข้าสู่ยุค 80 แฟชั่นของกระโปรงสุภาพสตรีก็มีวิวัฒนาการ และมีการพัฒนาขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากผู้หญิงเริ่มเข้าสู่แวดวงธุรกิจและแวดวงการทำงาน ทำให้กระโปรงทรงสอบที่ออกแบบเป็นเส้นตรงได้รับความนิยม จนเริ่มเข้าสู่ยุค 90 แนวเพลงฮิปฮอปเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้สาว ๆ นิยมหันมาใส่กระโปรงสั้นมากขึ้น

                จะเห็นได้ว่าถึงแม้แฟชั่นกระโปรงเหล่านี้จะมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ปี 1920 ซึ่งผ่านมาเกือบจะ 100 ปีแล้ว แต่กระโปรงแต่ละแบบ ก็ยังถูกนำมาประยุกต์ใช้ ตัดเย็บและออกแบบในสไตล์ที่มีความทันสมัยขึ้น เพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ซึ่งส่วนหนึ่งการเลือกสวมใส่กระโปรงของคุณผู้หญิง ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของเทรนด์ความนิยม กาลเทศะ และความเหมาะสม ซึ่งต้องนำมาคำนึงถึงในเรื่องของการแต่งกายเป็นสำคัญ

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on วิวัฒนาการแฟชั่นกระโปรงสุภาพสตรีตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน

Pantone 2018 ปีสีไหนปัง สีไหนเอาท์ มาดูกัน

                 เชื่อหลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า Pantone หรือการเลือกใช้สีกันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาสร้างความกระจ่างให้คุณเข้าใจแจ่มแจ้ง เกี่ยวกับคำว่าสี Pantone กันมากขึ้น รวมถึงจะพามารู้จักกันว่าในปี 2018 นี้ สีใดเป็นสีที่ปัง และเป็นสีแนะนำที่นักออกแบบควรเลือกมาใช้ เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์กันบ้าง

Pantone คือ มาตรฐานของระบบสีที่นิยมใช้กันมากที่สุด และถือเป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก เพื่อให้นักออกแบบเลือกใช้แล้วสามารถพิมพ์สีออกมาได้ตรงตามที่ต้องการได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกก็ใช้ชุดสีเดียวกันได้ ซึ่งแต่ละสีนั้นจะมีรหัสกำกับไว้เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้ง่าย และป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิด จากความผิดเพี้ยนของจอแสดงผลได้

Ultra Violet สีแห่งปี 2018 

                สี Pantone ในปี 2018 ที่ได้รับการประกาศออกมาแล้วว่าปังที่สุด และเป็นสีที่นักออกแบบควรเลือกใช้สรรค์สร้างงานแฟชั่น และงานดีไซน์ต่าง ๆ ก็คือสีม่วง Ultra Violet Code 18-3888 ซึ่งสีม่วงแห่งปีสีนี้ เป็นสีม่วงในโทนน้ำเงิน ซึ่งได้เริ่มนำมาออกแบบ และได้เห็นงานออกมาวางขายและวางจำหน่ายกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสีม่วงโทนน้ำเงิน สีทาเล็บ และลิปสติกของสาว ๆ ที่หากใครหยิบโทนสีม่วงอ่อน ๆ มาทาปีนี้รับรองว่าปังอย่างแน่นอน

สี Pantone ในอดีตที่เอาท์ไปแล้ว

                มาดูสี Pantone ย้อนหลังไปซึ่งเรียกว่าเป็นสีที่เอาท์ไปแล้ว และถึงเวลาที่ดีไซน์เนอร์จะอัพเดทจานสีของตัวเองต้อนรับปีใหม่กันเสียที ได้แก่

  • สีเขียวอมเหลือง ซึ่งสีนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นสีแห่งปีของปี 2017 แต่สำหรับปีนี้สีม่วงมาแรง เพราะฉะนั้นอะไรสีเขียวก็ขอให้พักเอาไว้ก่อน
  • สีไวน์แดง สีนี้เป็นปีที่ได้รับความนิยมในปี 2015 ซึ่งเป็นสีที่เน้นความเข้มข้น ออกแนวหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติ
  • สีออคิด หรือสีม่วงกล้วยไม้ เป็นสีที่ได้รับความนิยมและได้รับการประกาศให้เป็นสี Pantone ในปี 2014 ซึ่งสีนี้ก็พอจะเอามาปรับใช้ในปี 2018 ได้บ้างโดยอาจจะผสมสีน้ำเงินเข้าไป แต่เพื่อให้เป๊ะควรจะยึดตาม Code ของ Pantone เป็นหลักจะชัวร์ที่สุด
  • สีส้มแดง ก็เอาท์ไปแล้วเช่นเดียวกัน เพราะเป็นสี Pantone ในปี 2012 ซึ่งเน้นนวัตกรรมและแฟชั่นจ๋ามาก ๆ

เมื่อทราบกันแล้วว่าสีไหนเป็นสีที่ปังในปี 2018 เชื่อว่าหลายคนคงจะมีไอเดียในการหยิบจับสีสันต่าง ๆ มามิกซ์แอนด์แมตช์กันใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า การแต่งกาย เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า รวมถึงสำหรับคนที่อยู่ในแวดวงการออกแบบ เชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับการทำงานได้เป็นอย่างดี ที่สำหรับรับรองว่าจะต้องไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน

 

Posted in การออกแบบ | Tagged , , | Comments Off on Pantone 2018 ปีสีไหนปัง สีไหนเอาท์ มาดูกัน

5 เทรนด์เด่น วงการกราฟิก ดีไซน์ ปี 2018

                แฟชั่น การออกแบบ และการดีไซน์ ดูเหมือนว่าจะสามารถแยกออกจากกันได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกมีความก้าวหน้ามากขึ้นในเรื่องของเทคโนโลยี การออกแบบที่เรียกว่ากราฟิก ดีไซน์สำหรับใช้ในสื่อออนไลน์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กับการออกแบบในสื่อออฟไลน์เช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงได้ 5 เทรนด์การออกแบบกราฟิกดีไซน์ในปี 2018 มาอัพเดทให้คุณได้ทราบ และนำไปปรับใช้กันก่อนใคร

  1. Color of Channels หรือการใช้ลูกเล่นของช่องสี ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของเหล่านักออกแบบทั้งหลาย อย่างที่เราได้เห็นกันแล้วในโปสเตอร์หนังหลาย ๆ เรื่อง โดยการออกแบบช่องสีแล้วอาศัยการใช้ลูกเล่นทำให้ทั้งภาพและสีบิดเบี้ยวดูเลอะเลือนไปบ้างเล็กน้อย ทำให้งานกราฟิกดูน่าสนใจและแปลกตามากขึ้น
  2. Gradients หรือการไล่ระดับสี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ Background พื้นหลังของ Wall paper งานดีไซน์ หรืองาน Presentation ต่าง ๆ การไล่สีก็ยังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2018 โดยดีไซน์เนอร์อาจจะเลือกใช้สีที่ดูมีความทันสมัยมากขึ้นมาใช้ในงาน โดยเฉพาะงานด้านโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์
  3. Creative typography คือ การออกแบบ สรรค์สร้างตัวอักษรในงานดีไซน์ให้มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร โดยเป็นการออกแบบตัวอักษรผสมกับลูกเล่นต่าง ๆ เช่นการใช้สี การใช้ลักษณะของตัวอักษรเป็นตัวเขียนด้วยหมึกหรือพู่กัน การวาดตัวอักษรในลักษณะของสีน้ำมัน การออกแบบตัวอักษรให้ดูแข็งแกร่ง การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เข้าช่วยเพื่อให้ชื่อของโลโก้ หรือชื่อแบรนด์ดูมีความโดดเด่นมากขึ้น เป็นต้น
  4. Colorful 3D Substance คือการออกแบบดีไซน์แบบมีรูปทรงโดยการใช้สีสันสดใสเข้ามาแต่งแต้ม หรือเป็นการ Create ให้งานดู Pop หรือทำให้รูปทรงที่อยู่ในภาพมีมิติ โดดเด่นขึ้นมาจากพื้นหลังหรือลวดลายอื่น ๆ ผสมผสานกับการใช้สีทำให้มิติดูชัดเจนยิ่งขึ้น
  5. Patterns & Palettes inspired by 80’s & 90’s เรียกได้ว่าแฟชั่นและการออกแบบจากในยุค 80 และ 90 ยังมีอิทธิพล แผ่มาถึงงานกราฟิกดีไซน์ในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเทรนด์ในปี 2018 การออกแบบโดยใช้ธีมย้อนยุค อย่างเช่น การใช้สีพาสเทลสวย ๆ ได้แก่ สีชมพูอ่อน ๆ บวกกับการออกแบบรูปทรงเรขาคณิต ก็ยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทรนด์ย้อนยุคมาเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสไตล์ของยุคนี้ ที่ทำให้นึกย้อนไปในวัยเด็ก

เชื่อว่า 5 เทรนด์ของกราฟิกไอเดียที่เรานำมาฝากกัน จะช่วยให้คุณเกิดไอเดียในการสร้างสรรค์งานออกแบบ ทั้งในวงการแฟชั่น การออกแบบตกแต่ง การดีไซน์โลโก้รวมถึงกราฟิกต่าง ๆ สำหรับเว็บไซต์รวมถึงสื่อออฟไลน์และออนไลน์ได้เป็นอย่างดี               

Posted in การออกแบบ | Tagged , , | Comments Off on 5 เทรนด์เด่น วงการกราฟิก ดีไซน์ ปี 2018

อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่นและการแต่งกาย

แน่นอนว่าเรื่องของแฟชั่นของการแต่งกายนั้นย่อมมีที่มาที่ไป เพราะในแต่ละประเทศและแต่และพื้นที่ ก็ย่อมมีเอกลักษณ์ของการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลในเรื่องของแฟชั่นก็คือ เรื่องของศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่นั้น ๆ นั่นเอง รวมถึงเมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมส่งผลในเรื่องอิทธิพลของวัฒนธรรมดังกล่าว ทำให้การแต่งกายถูกประยุกต์และปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน

อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่น

อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่นแบ่งออกได้เป็นหลายระดับ ได้แก่

  1. High Culture หรือวัฒนธรรมชั้นสูง สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบเครื่องแต่งกายของวงการแฟชั่นเลยก็ว่าได้ สำหรับวัฒนธรรมชั้นสูงที่พูดถึงนี้ก็หมายถึง เรื่องของศิลปะ ภาพถ่าย สถาปัตยกรรม ที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจให้เกิดการออกแบบแฟชั่นมาตั้งแต่ยุคอดีต รวมถึงศิลปะเหล่านี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ให้กับนักออกแบบ อย่างเช่น การดีไซน์ของหลุยส์ วิตตอง ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะในอดีต และหลุยส์ วิตตองเอง ก็เป็นต้นแบบของแรงบันดาลให้กับนักออกแบบรุ่นหลังตามมาอีกมากมาย
  2. Pop Culture วัฒนธรรมลักษณะนี้ ส่งผลให้เกิดอิทธิพลต่อการรับรู้ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งในพื้นที่นั้น ๆ รวมไปถึงยังแพร่หลายออกไปมีอิทธิพลในเรื่องของการแต่งกาย และแฟชั่นของคนทั่วโลก เพราะ Pop Culture ก็คือวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของดารา นักร้อง นักแสดง ที่เราเห็นได้ตามโทรทัศน์ หนังสือ และสื่อต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อการแต่งกายของเหล่าวัยรุ่นรวมถึงผู้คนต่าง ๆ ในทุกยุคทุกสมัยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายตามตัวละครหรือนักแสดงที่ชื่นชอบซึ่งเห็นตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้เสื้อผ้ารูปแบบหรือแบรนด์เหล่านั้นขายดีและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอีกด้วย
  3. Low culture หมายถึงวัฒนธรรมในพื้นที่ ท้องถิ่นต่าง ๆ หรือกิจกรรมของผู้คนที่เราสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปในย่านหรือละแวกนั้น ๆ ซึ่งมีอิทธิพลส่งผลมายังเรื่องของแฟชั่นและการแต่งกายเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ลวดลายของกราฟิตี้ ฮิปฮอป สเก็ตบอร์ด การแต่งกายและแฟชั่นในย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หรือการแต่งตัวของนักร้องนักแสดงที่โด่งดัง เพียงแค่ครั้งใดครั้งหนึ่ง ซึ่งอิทธิพลของวัฒนธรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของแฟชั่นและการแต่งกายอย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปอิทธิพลต่าง ๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของศิลปวัฒนธรรม แนวคิด ทัศนคติ การใช้ชีวิตรวมถึงอิทธิพลที่ได้รับมาจากพื้นที่หรือประเทศอื่น ๆ ทำให้เรื่องของแฟชั่นหรือการแต่งกายย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งผู้ที่ทำธุรกิจในวงการแฟชั่นจะต้องคอยติดตามอัพเดทเทรนด์ให้ทันกระแสอย่างใกล้ชิด

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่นและการแต่งกาย

แฟชั่นยุค 80 ทำไมใคร ๆ ถึงหลงรักยุคนี้

                เมื่อพูดถึงเรื่องของยุคและวิวัฒนาการของแฟชั่นในอดีต ยุค 80 ถือเป็นอีกหนึ่งยุคของการแต่งตัวที่ใคร ๆ ก็หลงรักและยังจดจำได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวของเหล่าดารา เซเลปในยุคนั้น ที่สร้างอิทธิพลและส่งผลให้การแต่งกายในยุค 80 ได้รับความนิยม รวมถึงดีไซน์เนอร์หลายคนยังได้นำเอากลิ่นอาย และแรงบันดาลใจจากในอดีตมาสรรค์สร้างผลงานการออกแบบเสื้อผ้าที่ทันสมัยได้แม้จะอยู่ในยุคในปัจจุบัน

สไตล์ของแฟชั่นในยุค 80

                เมื่อพูดถึงแฟชั่นในยุค 80 หลายคนก็คงจะเริ่มนึกออกว่าการแต่งกายในสมัยนั้นจะเน้นอะไรที่เยอะ ประโคมกันเข้าไปให้มาก ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งเปรี้ยว เฟี้ยว เก๋ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า ทรงผม สำหรับสาว ๆ เรื่องของทรงผมก็ต้องเป็นทรงฟูฟ่อง การแต่งกายด้วยสีสันสดใส สีอะไรตัดกับสีอะไรก็ได้ไม่ต้องไปแคร์ เสื้อแดงกางเกงเหลือง เสื้อเขียวกางเกงส้มก็ใส่ได้ เรียกว่ามองเห็นกันตั้งแต่ปากซอยเลยทีเดียว ส่วนพร็อพก็ประโคมใส่เข้าไปอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าผูกผมสีจัด ลวดลายมาเต็ม ดอกใหญ่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสวยมากเท่านั้น สร้อย คอ แหวน กำไล มีเท่าไหร่ก็ใส่เข้าไป รับรองไม่มีเอาท์ และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือการสวมใส่เลกกิ้งสีเจ็บ ๆ ของสาว ๆ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์การแต่งกายในยุค 80 ที่มีอิทธิพลและได้รับความนิยมหวนกลับมาอีกครั้งในปัจจุบัน ส่วนแฟชั่นสำหรับผู้ชายการแต่งตัวสไตล์ร็อค หรือเฮฟวีเมทัลก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในยุคนี้

ดาราเซเลปที่เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งกายในยุค 80

                เมื่อพูดถึงแฟชั่นในยุค 80 ดาราเซเลปคนแรก ๆ ที่ต้องนึกถึงก็คงจะไม่พ้นมาดอนน่าและไมเคิล แจ็คสัน สองซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในยุคนั้น ที่เน้นการแต่งกายด้วยสีสันสดใส รวมถึงการแต่งกายแบบมีเพชรประดับเปล่งประกายระยิบระยับโดดเด่นไปทั้งเวทีคอนเสิร์ต และอีกหนึ่งคนที่เป็นผู้นำแฟชั่นยุค 80 ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้การแต่งตัวสไตล์ร็อคเป็นที่รู้จัก และสร้างอิทธิพลให้ผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง ลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบไม่แคร์สังคม รวมถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ก็คือ เดวิด โบวี่ ไม่ว่าจะเป็นการใส่กางเกงตัวหลวมโคร่ง กางเกงขายาวขาม้า และจั๊มพ์สูทสีสันแสบทรวง

                ถึงแม้ยุค 80 จะผ่านมาเป็นเวลาหลาย 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีผู้นำแฟชั่น รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นจากในยุคนั้นจำนวนไม่น้อย ที่ยังรักในการแต่งตัวย้อนยุคอย่างเช่นศตวรรษที่ 80 มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเอกลักษณ์และความสวยงามของแฟชั่นในอดีตย่อมเป็นที่จดจำและไม่มีวันเลือนหายไป

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on แฟชั่นยุค 80 ทำไมใคร ๆ ถึงหลงรักยุคนี้

มินิมอลสไตล์ น้อยแต่โดดเด่น เรียบง่ายแต่ดูดี

                เชื่อว่าคอแฟชั่นหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำว่า “มินิมอลสไตล์” กันมาบ้างแล้ว แต่เข้าใจหรือรู้จักแบบจริง ๆ หรือยัง คงตอบได้ยาก วันนี้เราจะมาอธิบายให้คุณมีความกระจ่างถึงแฟชั่น และการออกแบบตกแต่งในสไตล์นี้กันมากยิ่งขึ้น

มินิมอลสไตล์ คือ การออกแบบที่เน้นความธรรมชาติ เรียบง่าย ไม่เยอะ แต่ดูดีแบบไม่มีเบื่อ เป็นการใช้สีแบบคุมโทน ไม่ฉูดฉาด สามารถเข้ากันได้ดีและเกิดความสมดุลได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับสีที่ใช้ก็จะเป็นการใช้สีแบบคุมโทนอย่างเช่น การใช้สีขาว ดำ สีครีม และสีน้ำตาลเป็นต้น

แฟชั่นการแต่งกายแบบมินิมอล

                การแต่งกายที่เรียกว่ามินิมอลสไตล์ เป็นแฟชั่นการแต่งกายที่ไม่เยอะ คัทติ้งของเสื้อผ้าก็เป็นรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่สลับซับซ้อน เน้นเรียบแต่ดูดี โดยอาจจะหยิบเสื้อกับกางเกงขาสั้น กางเกงขายาว หรือกระโปรง มาสวมใส่แมตช์กัน ตัวอย่างเช่น เป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์กันโดยใช้สีแบบคุมโทน โดยหากกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีดำแล้ว ชิ้นบนก็ควรเป็นเสื้อเก๋ ๆ สีขาวหรือลายขาวดำ หรืออาจจะเปลี่ยนกางเกงเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทา ใส่คู่กับเสื้อสีขาวเพื่อไม่ให้ดูน่าเบื่อก็เก๋ไปอีกแบบ ส่วนสาว ๆ ที่ต้องการเพิ่มลุคหวานให้ดูเฟมินิสต์มากยิ่งขึ้น ก็อาจจะหยิบเดรสยาวสีพื้นแขนกุดมาสวมใส่รับซัมเมอร์ก็ได้

การแต่งบ้านแบบมินิมอล

                นอกจากแฟชั่นการแต่งกายสไตล์มินิมอลแล้ว การออกแบบตกแต่งบ้านก็ได้มีการนำเอารูปแบบของมินิมอลสไตล์มาใช้เช่นเดียวกัน ซึ่งคอนเซ็ปต์ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับแฟชั่น สำหรับการแต่งบ้านแบบมินิมอลก็เป็นการเน้นการออกแบบตกแต่งในสไตล์ที่เรียบง่าย เน้นให้บ้านดูโล่ง กว้างเข้าไว้ ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นมากด้วยประโยชน์ใช้งาน เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการดีไซน์ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ สีที่นิยมใช้ในการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลก็จะเป็นโทนสีอ่อน หรือการใช้สีโมโนโทน เลือกใช้ของตกแต่งที่มีลักษณะเป็นลวดลายเส้น หรือรูปแบบเหลี่ยม แต่ออกมาได้สมดุล ซึ่งการแต่งบ้านในลักษณะนี้มีข้อดีหลายประการ คือ ให้ความรู้สึกโล่ง ผ่อนคลาย ไม่ใช้เฟอร์นิเจอร์ในบ้านแน่นไปจนดูเครียด อึดอัด อีกทั้งยังสามารถทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

เชื่อว่าหลายคนคงจะชื่นชอบทั้งแฟชั่นการแต่งกายสไตล์มินิมอล ไปจนถึงการออกแบบตกแต่งบ้านในสไตล์นี้คงกำลังมองหาไอเทมไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งดีไซน์สวยกันอยู่เป็นแน่ ส่วนใครที่เคยชอบอะไรแบบเยอะ ๆ ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นแบบน้อยแต่เน้นความโดดเด่นดูบ้าง เผื่อจะมีไอเดียแปลก ๆ ใหม่ ๆ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ซ้ำซากจำเจ

 

Posted in สไตล์แฟชั่น | Tagged , , | Comments Off on มินิมอลสไตล์ น้อยแต่โดดเด่น เรียบง่ายแต่ดูดี

แฟชั่นทรงผม 5 ทรงนี้ กี่ปีก็ไม่มีเอาท์

                มาถึงคิวของสาว ๆ กันบ้าง เชื่อว่าหลายคนอาจจะเบื่อกับผมทรงเดิม ๆ ที่ไว้มานานแรมปี อยากลองสลับสับเปลี่ยนทรง เปลี่ยนลุคสักครั้ง แต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ ไม่รู้ว่าตัดแล้วจะออกมาดูเอาท์ ดูเชย ไม่เข้ากับใบหน้าหรือเปล่า วันนี้เรามีแฟชั่น 5 ทรงผม ที่ใคร ๆ ก็ทำกัน เรากล้ารับรองได้ ไม่ว่าจะเป็นยุคไหน ปีไหน หรือสมัยใด ก็ไม่มีคำว่าเชยอย่างแน่นอน

  1. ผมสั้น เรียกได้ว่าเทรนด์ผมสั้นยังคงเป็นแฟชั่นผมในดวงใจ ที่มาแรงไม่มีแผ่วมาหลายปี และก็ยังได้รับความนิยมต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเข้าช่วงหน้าร้อน ที่ร้อนระอุสุด ๆ ของไทย มักจะเริ่มเห็นได้ว่าเหล่าดาราเซเลปก็เริ่มจะหั่นผม นำเทรนด์กันให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งแฟชั่นผมสั้นนั้นสามารถดีไซน์ออกมาได้มากมายหลากหลายรูปแบบให้เหมาะกับโครงหน้าของสาว ๆ ทั้งผมบ๊อบ ซอยสั้น หรือตัดหน้าม้าเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ แถมยังทำให้เราดูเด็กขึ้นได้อีกด้วย
  2. ผมประบ่า เป็นอีกหนึ่งทรงที่ช่วยเพิ่มเปลี่ยนลุคของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งผมประบ่ายังสามารถเสริมลูกเล่น เพื่อเพิ่มสีสันให้ดูดี มีสไตล์ และเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดัดลอนปลายเพื่อเพิ่มวอลุ่ม ไม่ให้ผมตรงสื่อดูน่าเบื่อ ทื่อ ๆ จนเกินไป หรือจะเป็นการทำสีปลายผมจี๊ด ๆ สำหรับสาวเปรี้ยวที่มีความมั่นใจก็รับรองว่าต้องโดดเด่น สะดุดตาอย่างแน่นอน
  3. ผมยาว ผมยาวเป็นทรงผมที่เรียกว่าช่วยให้สาว ๆ รอดได้ทุกยุค แต่ที่แน่ ๆ คุณสุภาพสตรีจะต้องดูแลเส้นผมให้ดูมีสุขภาพดี ไม่ฟู กระเซิง ยุ่งเหยิง หรือเต็มไปด้วยรังแค หากสาว ๆ คนไหนผมยาว และหนา อาจจะเพิ่มความพลิ้ว หรือลดความหนาของผมลง ด้วยการสไลด์ปลายก็ช่วยให้ผมยาวดูดีไปอีกแบบ
  4. Hair Bun ต่อด้วยการเกล้าผม สาวผมยาวที่ไม่มีเวลาดูแลรักษาเส้นผม การเกล้ามวยก็ช่วยเปลี่ยนลุค และช่วยให้การจัดแต่งทรงผมเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ในวันที่เร่งรีบ ทำให้พร้อมออกจากบ้านได้แม้ไม่ได้สระผมเช่นกัน
  5. ถักเปีย สุดท้าย อีกหนึ่งแฟชั่นทรงผมที่สาว ๆ มักจะลืมหรือมองข้าม เพราะอาจจะคิดว่าเลยวัยแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการถักเปียก็ช่วยให้คุณรอดได้ โดยเฉพาะตอนออกงาน ไม่ว่าจะเป็นเปียข้าง เปียหน้า หรือการถักเปียด้านหลัง ก็ช่วยให้คุณมีลุคเป็นสาวหวาน ดูคุณหนูหน่อย ๆ พร้อมออกงานได้เลย

5 แฟชั่นผมของสาว ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เหมาะสำหรับทุกยุคทุกสมัย ใครที่ไว้ทรงไหนอยู่แล้วกำลังเบื่อ ก็สามารถสลับสับเปลี่ยนจากผมสั้นมาเป็นผมยาว หรือผมยาวเบื่อแล้วอาจจะลงตัดสั้นขึ้นมาหน่อย เป็นผมประบ่าแล้วม้วนลอนตรงปลายก็ดูมีสีสันและแก้เบื่อได้ไม่น้อย ใครชอบทรงไหนก็เข้าร้านบอกช่างให้จัดกันได้ตามใจชอบเลย

Posted in ทรงผม | Tagged , , | Comments Off on แฟชั่นทรงผม 5 ทรงนี้ กี่ปีก็ไม่มีเอาท์

วิวัฒนาการแฟชั่นผู้ชายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

                เมื่อพูดถึงเรื่องแฟชั่น การแต่งกายของสุภาพบุรุษแล้วนั้น ก็ถือว่าเป็นแฟชั่นที่มีวิวัฒนาการไม่แพ้กับแฟชั่นของคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่มากเท่าก็ตาม วันนี้เราได้นำความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการในวงการแฟชั่นของผู้ชายมาฝากกัน เชื่อว่าหลายคนคงจะอยากรู้ว่าผู้ชาย เริ่มให้ความสำคัญในเรื่องของแฟชั่นและการแต่งกายตั้งแต่เมื่อไหร่

จุดเริ่มต้นของแฟชั่นกับหนุ่ม ๆ

                จุดเริ่มต้นของแฟชั่นสุภาพบุรุษนั้น เริ่มต้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มาจนถึงช่วงปี 1942 ที่แฟชั่นและการแต่งกายของผู้ชายส่วนใหญ่จะเป็นแบบผ่อนคลาย สบาย ๆ เป็นการแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการ เสื้อผ้าที่นิยมสวมใส่กันก็จะเป็นเสื้อกีฬาแขนยาวกับกางเกงจีบสีขาว สวมใส่คู่กับรองเท้าหนังสีดำ ส่วนชุดสูทก็จะเป็นสไตล์อังกฤษและอเมริกัน ที่ตัดเย็บมาจากขนสัตว์ ต่อจากทศวรรษที่ 40 ก็มาถึงช่วงของทศวรรษที่ 50 ซึ่งแฟชั่นเริ่มมีวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างออกไป คือ เสื้อจะออกแบบมาในลักษณะของเสื้อคลุมที่ยาวมาถึงหัวเข่า มีกระดุม ส่วนแขนก็ออกแบบมาเป็นแขนกระดุมเช่นกัน ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่นิยมสวมใส่สำหรับขี่ม้าของชาวตะวันตก ต่อมาในปลายยุค 60 เริ่มเข้าสู่ยุค 70 แฟชั่นในหลายประเทศเริ่มได้รับอิทธิพลจากนักออกแบบที่มีชื่อเสียง ตัวอย่างเช่น Pierre Cardin จากประเทศฝรั่งเศสได้เริ่มมีการออกแบบชุดสูทผ้า 2 ชิ้นแบบใหม่ มาจนถึงในยุค 70 เสื้อแจ็คเก็ตแบบมีซิปและชุดเครื่องหนังก็ได้รับความนิยมมากขึ้น

สู่แฟชั่นในยุคปัจจุบัน           

                วิวัฒนาการของแฟชั่นสุภาพบุรุษที่เริ่มเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคปัจจุบัน เริ่มมาจากยุค 80 ที่ผู้ชายเริ่มมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ใช้สวมใส่ไปทำงาน ผู้บริหาร และผู้ที่มีอำนาจ โดยชุดสูทมีกระดุมหน้าอก มีการออกแบบเป็นรูปทรงไหล่กว้างมีแผ่นรองไหล่เริ่มเป็นแฟชั่นของสุภาพบุรุษที่ได้รับความนิยม รวมถึงในยุคนี้ยังมีการเริ่มสวมใส่เสื้อผ้าลำลอง กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน รวมถึงยังนิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้ายีนส์ชนิดต่าง ๆ คู่กับเสื้อแจ็คเก็ตเสื้อหนังสีดำแขนสลักซิปด้านนอก ต่อด้วยยุค 90 ที่กางเกงยีนส์สีน้ำเงินก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนมาถึงยุค 95 ที่เสื้อคอโปโลเริ่มเข้ามาได้รับความนิยม รวมถึงชุดสูทขนสัตว์ และกางเกงขาเดฟก็เริ่มมีการสวมใส่อย่างแพร่หลาย

                ปัจจุบันการแต่งกายของสุภาพบุรุษมีความหลากหลายมากขึ้น ตัวเลือกก็มีเยอะขึ้น หลายสไตล์ รวมถึงคุณผู้ชายทั้งหลายยังกล้าที่จะเลือกใช้เครื่องแต่งกายที่มีสีสันสดใจ รวมถึงสวมใส่เครื่องประดับต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าในปีหรือทศวรรษต่อ ๆ ไป แฟชั่นของสุภาพบุรุษจะมีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอีกมากน้อยแค่ไหน

Posted in แฟชั่นผู้ชาย | Tagged , , | Comments Off on วิวัฒนาการแฟชั่นผู้ชายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน