เกาะติด 9 แบรนด์ขวัญใจ ของนักกีฬาดังระดับโลก

เกาะติด 9 แบรนด์ขวัญใจ ของนักกีฬาดังระดับโลก

ถือเป็นเรื่องปกติโดยทั่วไปที่นักกีฬาชื่อดังมักจะถูกซื้อตัวจากผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ แบรนด์เสื้อผ้าหลายๆ แบรนด์ รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคหลายบริษัทยอมลงทุนจ้างพวกเขาเหล่านั้นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อกระตุ้นยอดขาย และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกันที่นักกีฬาชื่อดังเหล่านั้นจะหันมาผลิตแบรนด์ของตัวเอง นอกจากชื่อเสียงที่โด่งดังขึ้นแล้ว ยอดเงินรายได้ก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย จะมีนักกีฬาคนใดบ้างมาดูกันเลย

1.เจเจ วัตต์ (จัสติน เจมส์ วัตต์)

เริ่มต้นที่ เจเจ วัตต์ นักอเมริกันฟุตบอลวัย 31 ปี เขาได้ร่วมมือกับแบรนด์ Reebok ผลิตรองเท้ากีฬารุ่น  ZPump Fusion shoes ออกมาเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยได้โฆษณามันผ่านทวิตเตอร์และอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.8 ล้านคน Murphy แห่ง Izea วิจารณ์ว่าในการโพสของเขาหนึ่งครั้งสามารถทำเงินได้ถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 316,000 บาทเลยทีเดียว

2.โรเจอร์ เฟเดอเรอร์

ก่อนหน้าที่เฟเดอเรอร์จะโบกมือลาบ้านเก่าอย่าง Nike ไปซบอกแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นอย่าง UNIQLO นั้น เขาเคยมีแบรนด์โลโก้เป็นของตัวเอง คือ “RF” ซึ่งเขาได้ผลตอบแทนจากมันเป็นปีละ 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,119 ล้านบาท ปัจจุบันเมื่อเฟเดอเรอร์ยุติสัญญากับ Nike แบรนด์โลโก้ “RF” จึงไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป เฟเดอเรอร์กล่าว่า เขายังยืนยันที่จะเอา “RF” กลับมาเป็นของเขาให้ได้ เราเองก็คงต้องดูกันต่อไปว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่

3.ฟิล มิคเคลสัน

โปรกอล์ฟชื่อดังอย่างมิคเคลสันได้เซ็นสัญญากับแบรนด์ Lefty ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ด้วยผลตอบแทนกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว ๆ 126 ล้านบาท นอกจากนี้เขายังเคยปรากฏตัวในภาพยนตร์โฆษณายาแก้ไขข้ออักเสบยี่ห้อ Enbrel อีกด้วย

4.ดีเร็ก เจกเตอร์

พิทเช่อแห่งทีม New York Yankees คนนี้ไม่ได้มาในฐานะพรีเซ็นเตอร์เสื้อผ้าเหมือนกับนักกีฬาคนอื่นๆ แต่เขามาในสถานะของเจ้าของเว็บไซต์ที่ชื่อว่า The Players’ Tribune ที่เน้นการนำเสนอข่าวของนักกีฬา รวมทั้งการเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้มาโปรโมทตัวเองผ่านช่องทางของเขา นอกจากนี้เขายังบอกอีกด้วยว่าต้องการเป็นเจ้าของ MLB club (เมเจอร์ลีกเบสบอล) รวมทั้งยังพยายามจะซื้อทีม Buffalo Bills อีกด้วย คนนี้ออกมาในแนวผู้บริหารนะเนี่ย

5.คริสเตียโน โรนัลโด

กองหน้าฝีเท้าดีแห่งทีมปิศาจแดง ผู้สวมเสื้อหมายเลข 7 แทนเดวิด เบ็คแฮม ก็มีไลน์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองเช่นกัน โดยแบรนด์เสื้อผ้า CR7 สามารถทำเงินให้โรนัลโดได้กว่า 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว ๆ 885 ล้านบาทเลยทีเดียว

6.เลอบรอน เจมส์

นักบาสเกตบอล NBA สังกัดทีม ลอสแอนเจลิสเลเกอส์ คนนี้ได้รับฉายาว่าเป็น King of NBA นอกจากจะได้รับรายได้จากทีมบาสเกตบอลคลีฟแลนด์แควาเลียส์เป็นประจำทุกปีแล้ว เขายังได้รับรายได้จาก James’ Nike shoes ไลน์รองเท้าจาก Nike ที่เขาเป็นเจ้าของโลโก้เป็นจำนวนเงินถึง 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 10,754 ล้านบาทเลยทีเดียว เท่านี้ยังไม่พอ เจมส์ยังได้รับรายได้จากการร่วมงานกับ Kia และ Coca- Cola มากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,897 ล้านบาทอีกด้วย นอกจากนี้เจมส์ยังได้เปิดบริษัทสื่อโฆษณาที่ชื่อว่า SpringHill Entertainment และเป็นผู้ถือหุ้นใน Blaze Pizza และ England’s Liverpool soccer club ด้วย

7.เพย์ตัน แมนนิ่ง

สุดยอด ควอร์เตอร์แบ็ก จากทีม อินเดียนาโพลิส โคลทส์คนนี้มาแปลกแหวกแนวกว่าคนอื่น ๆ ไปสักหน่อย แมนนิ่งเป็นเจ้าของภัตตาคารที่ชื่อว่า 25 Papa John’s restaurants ในเมือง Denver และไม่ทราบข้อมูลเรื่องรายได้จากภัตตาคารนี้ของเขา

8.เดวิด เบ็คแฮม

ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เป็นแค่นักฟุตบอลมืออาชีพที่แสนโด่งดัง แต่เขาเป็นไอคอนตัวพ่อที่มีลุคเทียบเท่าดาราฮอลลีวูดคนนึงเลยทีเดียว ด้วยภาพลักษณ์ดังกล่าว ทำให้เบ็คแฮมได้ร่วมงานกับแบรนด์ดัง ๆ ถึง 4 แบรนด์ด้วยกัน คือ H&M, Breitling, Adidas และ Jaguar เขาสามารถทำรายได้ได้ถึงปีละ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,372 ล้านบาทเลยทีเดียว

9.ไมเคิล จอร์แดน

จอร์แดนถือว่าเป็นสุดยอดนักบาสเก็ตบอลตลอดกาลคนนึง เขาเป็นเจ้าของไลน์ “b” จาก Nike โดยเขาได้รับรายได้จากไลน์ยี่ห้อนี้เป็นเงิน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 34,631 ล้านบาท และ Nike เองก็ได้รับรายได้จากการที่ได้จอร์แดนเป็นพรีเซ็นเตอร์เป็นเงินถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี หรือประมาณ 62,949 ล้านบาท นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้ถือหุ้นแฟรนไชส์ของ NBA ที่ชื่อว่า Charlotte Bobcats ด้วย

เห็นรายได้ของแต่ละคนแล้ว ต้องบอกว่าความสามารถทางด้านกีฬาของพวกเขาถือเป็นใบเบิกทางชั้นดี ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับพวกเขาต่อไปแม้ว่าพวกเขาเหล่านี้จะเลิกเล่นกีฬาไปแล้วก็ตาม