D.I.Y.การแต่งห้องง่าย ๆ สไตล์เด็กแนว

            หลายคนคงจะมีห้องในฝัน และอยากที่จะตกแต่งของห้องตัวเองด้วยไอเท็มสุดเท่ แต่ปัญหาติดอยู่ที่ดันมีงบประมาณจำกัดนะสิ วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการทำไอเท็มเก๋ ๆ ไว้แต่งห้องในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เพียงใช้จินตนาการบวกกับวัสดุของใช้ใกล้ ๆ เพื่อช่วยประหยัดเงิน แถมยังถูกใจอีกด้วย มาตามไปดูกันเลย

โคมไฟเอนกประสงค์ ไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการตกแต่งห้องนอน เช่น โคมไฟจากขวดน้ำสามารถทำได้ทั้งขวดน้ำเปล่า หรือขวดน้ำอดลมที่มีสีสัน ควรเลือกขนาดที่พอดีกับขนาดของหลอดไฟที่ต้องการใช้งาน หลังจากที่วัดขนาดและใช้หมึกวาดลงเส้นให้เป็นลวดลายที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็ทากาวแปะตามด้วยกระดาษโปสเตอร์สีสันที่ต้องการ รอให้แห้งเท่านี้ก็ได้โคมไฟที่สวยงามสไตล์เราแล้วล่ะ หรือจะเป็นโคมไฟจากด้าย หลาย ๆ คนคงคุ้นตากันดี กับโคมไฟกลม ๆ ที่มีสีสันสดใส วิธีทำนั้นง่ายมาก เพียงนำลูกโป่งมาเป่าให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ จากนั้นก็ทากาวให้ทั่วลูกโป่งและนำได้สีที่เลือกมาพันจนรอบ นำเอาเข็มหรือไม้ลูกชิ้นปลายแหลม เจาะลูกโป่งให้แตก เท่านี้ก็จะเหลือแค่ตัวโคมไฟเส้นด้ายที่พร้อมจะใส่หลอดไฟให้ความสว่างแก่ห้องของเราแล้ว

กล่องใส่ของจิปาถะ นอกจากจะใส่สิ่งของได้แล้ว ก็ยังช่วยสร้างกิมมิคให้ห้องของเราดูมีเรื่องราวและน่าสนใจมากขึ้น เช่น กล่องใส่ของที่ทำจากหนังสือพิมพ์ฉบับเก่า เพียงนำหนังสือพิมพ์มาม้วนเป็นวงกลมจนแน่นแล้วอัดด้วยกาวร้อน จากนั้นก็เรียงวนไปเรื่อย ๆ จนได้ขนาดที่ต้องแล้ว แล้วค่อยนำทั้งสองด้านมาประกบกัน อัดฐานรองด้วยฟิวเจอร์บอร์ดแข็งก็เสร็จเรียบร้อย หรือจะเป็นกล่องที่ทำจากไม้ไอติมไว้ใช้สำหรับใส่สิ่งของชิ้น ๆ เล็ก ๆ ก็ได้ไม่ยาก แค่นำไม่ไอติมมาทากาวแล้วติดเรียงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม ทำเหมือนกันทั้งสี่ด้าน จากนั้นก็นำมาประกบกัน รอจนกาวแห้ง เพียงเท่านี้ก็ได้กล่องเก๋ ๆ ไว้ใส่ของและประดับห้องไปด้วยในตัว

ตกแต่งผนังห้องด้วยกระดาษเหลือใช้ หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่ากระดาษรีไซเคิลที่เราใช้แล้วนั้น สามารถนำมาดัดแปลงเป็นวอลเปเปอร์เก๋ ๆ ได้ เช่น การนำกระดาษที่ไม่ใช้มาตัดเป็นตัวอักษรชื่อคนหรือคำ แล้วแปะทับกับกระดาษโปสเตอร์ หรือฉีกกระดาษเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาทากาวติดซ้อนทับกัน จากนั้นก็นำไปแปะบนผนังจัดวางให้ดูสวยงาม ก็สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้ห้องของเราได้แล้ว หรืออาจจะนำกระดาษรีไซเคิลเหล่านั้นมาตัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ ทั้งรูปสัตว์, สิ่งของ, หรือรูปทรงเรขาคณิตก็สามารถนำวางประดับไว้ตามมุมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความแปลกตาให้ห้องดูน่าค้นหามากขึ้นได้อีกด้วย

การแต่งห้องให้ดูดีมีสไตล์ และไม่ซ้ำใครนั้นไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ เพียงแค่ใช้วัสดุรอบตัวที่มีก็สามารถครีเอทไอเท็มเจ๋ง ๆ ไว้สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ไม่จำเจให้ห้องของเราได้แล้ว

 

Posted in ตกแต่งบ้าน | Tagged , , | Comments Off on D.I.Y.การแต่งห้องง่าย ๆ สไตล์เด็กแนว

เทรนด์สุดฮิตกับเสื้อฮาวายสไตล์เด็กแนว

เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นเสื้อผ้าตระกูลเสื้อเชิ้ตแนววินเทจในยุคปี 50 ที่กลับมาเป็นกระแสสุดฮอตอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ เป็นกระแสสุดฮิตแบบที่เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนใส่เสื้อฮาวายจนลายตาไปหมด เพราะเนื้อผ้ามีคุณสมบัติในการระบายอากาศได้ดี ใส่ง่าย จึงเหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนแบบบ้านเรา หรือการใส่ไปเที่ยวทะเล เดินชายหาดชิลล์ ๆ เป็นอย่างมาก โดยปกตินิยมตัดเย็บด้วยการพิมพ์ลายบนเนื้อผ้ามาเลย ไม่ใช่การสกรีน จึงไม่ต้องกังวลปัญหาลายหลุดลอกของสี เป็นเทรนด์แฟชั่นที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์สบาย ๆ และยังเป็นสัญลักษณ์ของการไปเที่ยวเกาะที่ฮาวายอีกด้วย

หลายคนอาจคิดว่าเสื้อฮาวายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ใส่ได้เฉพาะช่วงซัมเมอร์ แต่ในความเป็นจริงนั้นสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะใส่ไปเที่ยว ใส่ชิลล์ ๆ อยู่บ้าน หรือการใส่ไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะเนื้อผ้าที่นุ่มนิ่มใส่สบาย ไม่อมเหงื่อ และมีลวดลายให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่น เสื้อฮาวายพิมพ์ลายต้นมะพร้าว, พิมพ์ลายดอกไม้ดอกใหญ่ หรือที่เห็นเยอะมากในช่วงที่ผ่านมาคือ เสื้อฮาวายที่พิมพ์ลายสัปปะรดนั่นเอง

เสื้อฮาวายจะนิยมพิมพ์เป็นลายใหญ่ ๆ เว้นที่ว่างไว้โชว์สีสันที่ฉูดฉาดของเนื้อผ้า และเสื้อฮาวายของแท้ฉบับดั้งเดิมนั้นจะมีกระเป๋าเสื้ออยู่ที่ด้านซ้าย แถมยังดีไซน์เก๋ไก๋ด้วยกระดุมหอยมุก และกระดุมเปลือกมะพร้าวโดดเด่นด้วยลวดลายที่สะดุดตา จึงทำให้ดูมีเสน่ห์ไม่เยอะจนเกินไป สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับชิ้นอื่นได้ง่าย เช่น หยิบเสื้อฮาวายสายเดี่ยวมาจับคู่กับกางเกงขายีนส์ขาสั้นในวันสบาย ๆ หยิบกางเกงขายาวสีพื้นมาแมทช์กับเสื้อฮาวายแบบปาดไหล่ก็เก๋ไม่เบา หรือจะเป็นฮาวายแบโอเวอร์ไซต์จับคู่กับสกินนี่ตัวโปรดก็ดูดีไปอีกแบบ

เคล็ดลับอีกอย่างคือ การแต่งตัวแนวนี้ไม่ควรใส่เครื่องประดับหลายชิ้น เลือกที่เป็นชิ้นเด่น ๆ สักชิ้นสองชิ้นก็พอ เช่น แว่นตาทรงกลม หมวกปีกกว้าง ผ้าโพกหัว หรืออาจจะเป็นกระเป๋าดีไซน์เก๋ ๆ ซักใบก็ดูเริ่ดสุด ๆ หลายคนคงแต่งตามกันได้ไม่อยาก เพราะแค่เลือกชุดมามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับสีผิว และรูปร่างของตัวเอง ทั้งผู้ชายและผู้หญิง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การจัดแต่งทรงผม ไม่ควรจัดแต่งทรงผมให้ดูอลังการ หรือดูตั้งใจมากเกินไป สำหรับหนุ่มแค่หวีให้ผมไม่ยุ่งก็ดูหล่อแบบธรรมชาติ ส่วนสาว ๆ แนะนำให้ทำบันเก็บผมขึ้น จะดูสบายตามากกว่า หรือใครที่ชอบปล่อยผมก็สามารถทำเป็นลอนบาง ๆ ให้ดูมีวอลลุ่มก็ได้ เท่านี้ก็ดูดีในสไตล์วินเทจแบบเมืองร้อนแล้ว

เสื้อฮาวายถือเป็นไอเท็มที่ใส่ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เหมาะกับแทบทุกไลฟ์สไตล์ที่ไม่เป็นทางการแม้กระทั่งคนที่อยากแต่งตัวออกไปเดินเล่นชิลล์ ๆ ก็สามารถหยิบมาใส่ได้แบบไม่ต้องกลัวตกเทรนด์

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on เทรนด์สุดฮิตกับเสื้อฮาวายสไตล์เด็กแนว

ไอเทมสุดซี๊ดที่จะพาสาว  ๆ สวยซ่าท้าหน้าฝน

            ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ๆ เรื่องของการแต่งกาย และเทรนด์แฟชั่นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอยู่เสมอ ถึงแม้สภาพอากาศจะฟ้ามืดเมฆครึ้ม หรือไม่เป็นใจต่อการออกไปนอกบ้านขนาดไหนก็ช่าง ยังไงสาว ๆ ก็จะต้องเปล่งประกายความสดใสออกมาให้ได้ วันนี้เราจึงขอแนะนำไอเทมเด็ด ๆ ที่จะทำให้หน้าฝนที่เปียกเฉอะแฉะไม่ใช่อุปสรรคของความสวยอีกต่อไป

ร่มกันฝน นี่คงจะเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงเมื่อฝนตกใช่ไหม ถ้าไม่มีต้องลำบากแน่ ๆ ดังนั้นอย่าลืมพกร่มที่มีดีไซน์เก๋ ๆ มีลวดลายและสีสันโดนใจติดตัวไว้ซักคัน ถ้าไม่ถนัดถือแบบยาว ก็เลือกแบบพับได้มาใส่กระเป๋าไว้  เผื่อวันไหนที่พยากรณ์อากาศคาดการณ์ผิดพลาดก็จะได้เดินสวย ๆ ท่ามกลางสายฝนกันแบบชิลล์ ๆ ไม่ต้องรอให้ฝนหยุดจนอารมณ์บูดไปซะก่อน

ผ้าคลุมกระเป๋ากันฝน ไอเทมนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่หวงแหนกระเป๋าเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าเผลอทำเปียกฝนขึ้นมา อาจจะเป็นเชื้อรา ผิดรูปผิดทรงได้ ดังผ้าคลุมกระเป๋าจึงเป็นอีกไอเทมที่สำคัญมาก เพราะหากกางร่มเพียงอย่างเดียว ละอองฝนก็อาจจะกระเด็นมาโดนกระเป๋าสุดที่รักแน่ ๆ และไม่ต้องกลัวว่าใช้แล้วจะเชยนะเพราะตอนนี้เขามีดีไซน์ออกมาให้เลือกหลายแบบหลายลวดลายมาก ๆ รับรองว่าใช้ได้ไม่ตกเทรนด์แน่นอน ดังนั้นมีเก็บไว้ในกระเป๋าซักใบให้อุ่นใจดีกว่า

            ถุงคลุมรองเท้า นอกจากละอองฝนจะทำร้ายกระเป๋าแล้ว รองเท้าก็คงหนีไม่พ้นเช่นกัน ดังนั้นช่วงหน้าฝนควรมีถุงคลุมรองเท้าติดกระเป๋าไว้เลย เท่านี้ก็สามารถใส่รองเท้าได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าสภาพอากาศจะโหดร้ายขนาดไหน แล้วยิ่งตอนนี้แฟชั่นของถุงคลุมรองเท้าก็ดูดีมีสไตล์กว่าแต่ก่อนมากด้วย ฉะนั้นสาว ๆจึงมั่นใจได้เลยว่า เราจะสวยแบบจัดเต็มได้ แม้ในวันที่ฝนตกหนักแน่นอน

            เสื้อกันฝน สมัยนี้การดีไซน์ออกแบบเสื้อกันฝนนั้น ถึงแม้ฝนจะไม่ตกก็สามารถใส่ออกมาเดินเล่นชิลล์ ๆได้เลย

เสื้อกันแบบพลาสติกใส อาจจะเป็นสีสันอ่อน ๆ ผสมด้วย ก็ถือว่าเป็นการออกแบบที่ครีเอทมาก เพราะสาว ๆ สามารถโชว์ชุดที่ใส่ข้างในได้แบบไม่ต้องกังวลว่าชุดจะเปียกกันเลยทีเดียว

เสื้อกันฝนที่จะทำให้สาว ๆ ได้ลุคคลาสสิกแนวผู้ใหญ่ ดูภูมิฐานอย่างเทรนช์โค้ท ควรเลือกเป็นโทนสีเทาหรือสีเบจจะดูดี

เสื้อกันฝนแบบมีฮู้ดสีฉูดฉาด (สีเขียวปีกแมลงทับ, สีชมพูโฮโลกราฟิก, สีเงิน) ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่เริ่ดมาก ๆ เพราะยังสามารถใส่เป็นเสื้อคลุมได้แม้ในวันที่ฝนไม่ตก แถมยังดูไฮแฟชั่นมาก ๆ อีกด้วย

                        แค่มีไอเทมเหล่านี้ สาว ๆ ก็ไม่ต้องกลัวเปียก แถมยังสามารถแต่งตัวให้สวยจัดเต็มได้ แม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เป็นใจแค่ไหนก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในหน้าฝนจริง ๆ

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on ไอเทมสุดซี๊ดที่จะพาสาว  ๆ สวยซ่าท้าหน้าฝน

ใส่แว่นยังไงไม่ให้ดูเป็นเด็กเนิร์ดแสนน่าเบื่อกันนะ

            หลายคนที่มีค่าสายตาไม่ปกติ สั้นไป ยาวไป หรือแม่แต่สายตาเอียง คงเคยเจอปัญหาเรื่องการเลือกใส่แว่นมาเยอะแน่ ๆ จะใส่คอนแทคเลนส์ก็ไม่สะดวก ใส่ไม่เป็น บางคนใส่แล้วอาจจะเกิดอาการตาแห้ง อีกทั้งยังพังไว เพราะเก็บรักษายาก แถมยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงในดวงตาอีกด้วย แต่พอใส่แว่นคนก็ทักว่าเป็นคุณป้าซะอย่างนั้น วันนี้เราจึงมีเทคนิคดี ๆ ที่จะทำให้การเลือกใส่แว่นตาของสาว ๆ ดูสวยใสไม่เป็นป้ามาฝากกัน

กรอบแว่นทรงหยดน้ำ เป็นทรงที่จะทำให้หน้าของเราดูซอฟและหวานขึ้น ควรเน้นกรอบที่ไม่หนาจนเกินไป หรือกรอบหนาแต่เป็นสีใส ๆ จะดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้มองแล้วรู้สึกรุ่มร่ามหรืออึดอัดได้ เหมาะมาก ๆ สำหรับสาวที่มีใบหน้ารูปเพชร เพราะแว่นทรงนี้จะทำให้ใบหน้าของคุณดูมีมิติมากขึ้น อาจจะไม่เหมาะกับสาวที่มีใบหน้าทรงกลมหรือรูปหัวใจมากนัก แต่ถ้าเลือกขนาดแว่นให้พอดี ก็สามารถใส่ออกมาสวยได้ทุกคนแน่นอน

กรอบแว่นทรงนักบิน เป็นทรงที่แนบไปกับใบหน้า ให้ความรู้สึกทน แข็งแรง เหมาะกับการแต่งตัวสไตล์สตรีทเกิร์ลเป็นอย่างมาก เพราะใส่จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้า แถมยังทำให้ผู้สวมใส่ดูเท่แหวกแนวมาก ๆ (กรอบแว่นทรงนี้เป็นที่นิยมมากในบรรดาหนุ่ม ๆ ) แต่ถ้าจะเลือกสวมใส่แว่นทรงนี้ ก็ต้องจัดแต่งทรงผมให้ดูดีสักหน่อยนะ ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นคุณป้าหอบของได้

กรอบแว่นทรงกลม เรียกได้ว่าเป็นทรงแว่นที่กำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ แล้วต้องเป็นทรงกลมแบบกรอบใหญ่ ๆ เลยนะ เพราะสามารถใส่ได้กับรูปหน้าเกือบทุกแบบ แถมยังช่วยให้รูปหน้าดูเล็กลงใส่แล้วหน้าดูเด็กย้อยวัยกันไปเลยทีเดียว เป็นทรงแว่นที่ให้ลุคสวยใสสไตล์สาวเกาหลีมาก ๆ คนที่ไหนที่ชอบการแต่งตัวเป็นแนวโคเรียเกิร์ลอยู่แล้ว ต้องห้ามพลาด หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ค่าสายตาไม่ได้มีปัญหาแต่อยากจะใส่เป็นแว่นกันลมเฉย ๆ ก็ทำให้ดูดีมีเสน่ห์ไปอีกแบบ รับรองว่าน่ารักใส ๆ แน่นอน

สมัยนี้มีรูปทรงกรอบแว่นให้เลือกเยอะมาก ๆ  และค่านิยมเรื่องการใส่แว่นคือ การเป็นเด็กเนิร์ดน่าเบื่อนั้นมันเอ้าท์ไปนานแล้ว เห็นได้จากการที่คนส่วนใหญ่นิยมใส่แว่นกันมากขึ้น ไม่ว่าจะสวมใส่เป็นแว่นกันแดด แว่นสายตา หรือแค่ใส่เป็นแว่นแฟชั่นกันลมธรรมดาก็ตามที ดังนั้นสาว ๆ สามารถเลือกใส่แว่นที่ถูกใจ และเข้ากับสไตล์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะตกเทรนด์เลยล่ะ

นอกจากเลือกเลือกทรงกรอบแว่นให้ถูกใจแล้ว ก็ต้องเลือกและค่าสายตาให้พอดี และพักสายตาจากคอมพิวเตอร์ จากมือถือบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นสายตาอาจจะเสียกว่าเดิมจนต้องใส่แว่นหนาเตอะได้นะจ๊ะสาว ๆ

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on ใส่แว่นยังไงไม่ให้ดูเป็นเด็กเนิร์ดแสนน่าเบื่อกันนะ

แฟชั่นรองเท้าผู้หญิง จากอดีตสู่ปัจจุบัน

                รองเท้าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดสำหรับสุภาพสตรี วันนี้เราจึงได้นำเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของรองเท้าผู้หญิง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาฝากกัน เราไปดูกันว่าสาว ๆ สมัยก่อนเค้านิยมสวมใส่รองเท้าแบบไหน และรองเท้าสุภาพสตรีในปัจจุบันมีการปรับปรุงพัฒนาจากรูปแบบรองเท้าในอดีตมากน้อยเพียงใด

รองเท้าส้นสูง สร้างบุคลิก เสริมคนใส่

                เริ่มจากปี 1920 รองเท้าของสุภาพสตรีสมัยนั้นต้องเป็นรองเท้ามีส้น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าส้นสูงหรือแม้แต่รองเท้าที่ใช้สวมใส่เล่นกีฬา ก็ต้องมีส้นหนา ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่การสวมใส่รองเท้าส้นสูงคู่กับชุดว่ายน้ำ ก็เป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนี้ มาถึงปี 1930 รองเท้าหนังส้นสูงเป็นที่ได้รับความนิยมในการสวมใส่กลางแจ้ง รวมถึงการใช้ไม้หรือไม้ก๊อกมาทำเป็นส้นรองเท้า ก็เป็นการออกแบบผลิตรองเท้าที่เริ่มมีให้เห็นกันอย่างแพร่หลาย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ปี 1950 รองเท้าส้นแบบและรองเท้าแบบหุ้มปิดนิ้วเท้า ก็เริ่มได้รับความนิยมในการสวมใส่ รวมถึงรองเท้าหนังสีน้ำตาลก็เป็นรองเท้าที่สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีนิยมสวมใส่เช่นเดียวกัน ต่อด้วยยุคปี 1960 รองเท้าบูทหนังสีดำและสีน้ำตาลก็มีอิทธิพลสำหรับแฟชั่นการแต่งกายและสวมใส่กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงรองเท้าส้นสูงก็ได้มีการออกแบบให้มีดีไซน์ที่หลากหลายและแตกต่างมากขึ้น ด้วยรูปแบบของส้นรองเท้าที่บางลงจากยุคก่อน เข้าสู่ยุคปี 1970 ที่รองเท้าบูทแบบคาวบอยตะวันตกเป็นกระแสที่ได้รับความนิยม ซึ่งหลายคนคงจะได้เห็นกันแล้วตามแฟชั่นในหนังและภาพยนตร์ต่าง ๆ

สู่ยุครองเท้าแบบลำลองและรองเท้าผ้าใบ

                เมื่อเข้าสู่ยุค 80 ส้นของรองเท้าก็ปรับลดความสูงให้น้อยลงเรื่อย ๆ จนมาเป็นรองเท้าเตะสำหรับสวมใส่แบบลำลอง และรองเท้าแบบ Flat สำหรับสุภาพสตรีที่นิยมใช้สวมใส่ไปทำงานรวมถึงรองเท้าหนังก็ยังคงได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตมาจนถึงยุคนี้ จนเข้าสู่ยุค 90 รองเท้าที่ใช้สวมใส่แบบสบาย ๆ ก็เป็นแฟชั่นที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างเช่น รองเท้า Birkenstock รวมถึงรองเท้าผ้าใบสำหรับใช้สวมใส่แบบลำลองรวมถึงใช้ออกกำลังกายก็ได้รับความนิยมสำหรับสวมใส่ของสุภาพสตรี ทำให้เกิดการนำเสนอและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่โด่งดังและรู้จักกันในระดับโลก ได้แก่ Reebok, Nike และ Adidas เป็นต้น

                จะเห็นได้ว่ารองเท้าส่วนใหญ่เกือบทุกรูปแบบที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมสวมใส่กันของสุภาพสตรีอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามแบรนด์ต่าง ๆ ก็ได้มีการออกแบบ ดีไซน์ และพัฒนาคุณภาพของรองเท้าสุภาพสตรีกันอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสุภาพสตรีแต่ละคนก็ย่อมมีรองเท้ามากมายหลายแบบแบบละหลาย ๆ คู่เอาไว้ติดตู้เพื่อเลือกหยิบมาสวมใส่กันเป็นแน่

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on แฟชั่นรองเท้าผู้หญิง จากอดีตสู่ปัจจุบัน

วิวัฒนาการแฟชั่นกระโปรงสุภาพสตรีตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน

                วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศเรื่องของแฟชั่นนำเทรนด์นำสมัย มาดูการแต่งตัวของสุภาพสตรีย้อนไปเกือบ 100 ปีที่แล้วกันบ้าง สำหรับวิวัฒนาการและเรื่องราวของแฟชั่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คือแฟชั่นกระโปรงของสุภาพสตรีตั้งแต่ในยุคปี 1920 การสวมใส่กระโปรงของคุณผู้หญิงสมัยนั้นจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลย

แฟชั่นกระโปรงปี 1920

                ขอย้อนไปตั้งแต่เกือบ 100 ปีที่แล้ว ซึ่งในปี 1920 นั้นอยู่ในช่วงไม่กี่ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งการสวมใส่กระโปรงของสุภาพสตรีในยุคนั้นจะเป็นกระโปรงและชุดเดรสซึ่งนิยมออกแบบลวดลายสีสันของดอกกุหลาบคลุมลงไปตั้งแต่รอบเอวไปจนถึงบริเวณสะโพก หลังจากยุคนั้นก็เริ่มเข้าสู่แฟชั่นของช่วงปี 1929 การสวมใส่กระโปรงยาวในสไตล์ชุดราตรีคลุมเข่าไปจนถึงตาตุ่มก็เริ่มได้รับความนิยม จนเข้าสู่ปี 1930 การแต่งกายของสุภาพสตรีส่วนใหญ่ ได้รับอิทธิพลจากการแต่งตัวของดาราฮอลลีวูดในลักษณะของกระโปรงผ้าชีฟอง ผ้ากำมะหยี่ หรือกระโปรงที่ออกแบบดีไซน์มาให้ใส่แบบสบาย ๆ ใส่คู่กับเสื้อไหล่กว้าง แล้วคาดเข็มขัดพันรอบเอว การใช้ขนสัตว์และการดีไซน์เป็นลวดลายดอกไม้ก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนเริ่มเข้าสู่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กระโปรงในสไตล์หรูหรา เริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ขนสัตว์ ผ้าไหม ผ้าไนลอน ไหมสังเคราะห์และการผสมผสานวัสดุ หรือเนื้อผ้าที่หาได้มาตัดเย็บเป็นกระโปรง จนเริ่มเข้าสู่ปี 1950 แฟชั่นของกระโปรงทรง A หรือกระโปรงทรงดินสอ ซึ่งเป็นลักษณะกระโปรงทรงแคบ เริ่มเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งการนำมาออกแบบเป็นกระโปรงยาวและกระโปรงสั้น จนกระทั่งเข้าสู่ปี 1960 ที่แฟชั่นฮิปปี้ได้เริ่มเข้ามามีบทบาท นำไปสู่การสวมใส่ชุดเมกซี่เดรส กระโปรงที่สวมใส่ไปเที่ยวกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นแนวเต้นรำ หรือดิสโก้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น

แฟชั่นเมื่อเริ่มเข้าสู่ยุค 80

                เมื่อเข้าสู่ยุค 80 แฟชั่นของกระโปรงสุภาพสตรีก็มีวิวัฒนาการ และมีการพัฒนาขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากผู้หญิงเริ่มเข้าสู่แวดวงธุรกิจและแวดวงการทำงาน ทำให้กระโปรงทรงสอบที่ออกแบบเป็นเส้นตรงได้รับความนิยม จนเริ่มเข้าสู่ยุค 90 แนวเพลงฮิปฮอปเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้สาว ๆ นิยมหันมาใส่กระโปรงสั้นมากขึ้น

                จะเห็นได้ว่าถึงแม้แฟชั่นกระโปรงเหล่านี้จะมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ปี 1920 ซึ่งผ่านมาเกือบจะ 100 ปีแล้ว แต่กระโปรงแต่ละแบบ ก็ยังถูกนำมาประยุกต์ใช้ ตัดเย็บและออกแบบในสไตล์ที่มีความทันสมัยขึ้น เพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ซึ่งส่วนหนึ่งการเลือกสวมใส่กระโปรงของคุณผู้หญิง ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของเทรนด์ความนิยม กาลเทศะ และความเหมาะสม ซึ่งต้องนำมาคำนึงถึงในเรื่องของการแต่งกายเป็นสำคัญ

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on วิวัฒนาการแฟชั่นกระโปรงสุภาพสตรีตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน

Pantone 2018 ปีสีไหนปัง สีไหนเอาท์ มาดูกัน

                 เชื่อหลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า Pantone หรือการเลือกใช้สีกันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาสร้างความกระจ่างให้คุณเข้าใจแจ่มแจ้ง เกี่ยวกับคำว่าสี Pantone กันมากขึ้น รวมถึงจะพามารู้จักกันว่าในปี 2018 นี้ สีใดเป็นสีที่ปัง และเป็นสีแนะนำที่นักออกแบบควรเลือกมาใช้ เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์กันบ้าง

Pantone คือ มาตรฐานของระบบสีที่นิยมใช้กันมากที่สุด และถือเป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก เพื่อให้นักออกแบบเลือกใช้แล้วสามารถพิมพ์สีออกมาได้ตรงตามที่ต้องการได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกก็ใช้ชุดสีเดียวกันได้ ซึ่งแต่ละสีนั้นจะมีรหัสกำกับไว้เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้ง่าย และป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิด จากความผิดเพี้ยนของจอแสดงผลได้

Ultra Violet สีแห่งปี 2018 

                สี Pantone ในปี 2018 ที่ได้รับการประกาศออกมาแล้วว่าปังที่สุด และเป็นสีที่นักออกแบบควรเลือกใช้สรรค์สร้างงานแฟชั่น และงานดีไซน์ต่าง ๆ ก็คือสีม่วง Ultra Violet Code 18-3888 ซึ่งสีม่วงแห่งปีสีนี้ เป็นสีม่วงในโทนน้ำเงิน ซึ่งได้เริ่มนำมาออกแบบ และได้เห็นงานออกมาวางขายและวางจำหน่ายกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสีม่วงโทนน้ำเงิน สีทาเล็บ และลิปสติกของสาว ๆ ที่หากใครหยิบโทนสีม่วงอ่อน ๆ มาทาปีนี้รับรองว่าปังอย่างแน่นอน

สี Pantone ในอดีตที่เอาท์ไปแล้ว

                มาดูสี Pantone ย้อนหลังไปซึ่งเรียกว่าเป็นสีที่เอาท์ไปแล้ว และถึงเวลาที่ดีไซน์เนอร์จะอัพเดทจานสีของตัวเองต้อนรับปีใหม่กันเสียที ได้แก่

  • สีเขียวอมเหลือง ซึ่งสีนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นสีแห่งปีของปี 2017 แต่สำหรับปีนี้สีม่วงมาแรง เพราะฉะนั้นอะไรสีเขียวก็ขอให้พักเอาไว้ก่อน
  • สีไวน์แดง สีนี้เป็นปีที่ได้รับความนิยมในปี 2015 ซึ่งเป็นสีที่เน้นความเข้มข้น ออกแนวหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติ
  • สีออคิด หรือสีม่วงกล้วยไม้ เป็นสีที่ได้รับความนิยมและได้รับการประกาศให้เป็นสี Pantone ในปี 2014 ซึ่งสีนี้ก็พอจะเอามาปรับใช้ในปี 2018 ได้บ้างโดยอาจจะผสมสีน้ำเงินเข้าไป แต่เพื่อให้เป๊ะควรจะยึดตาม Code ของ Pantone เป็นหลักจะชัวร์ที่สุด
  • สีส้มแดง ก็เอาท์ไปแล้วเช่นเดียวกัน เพราะเป็นสี Pantone ในปี 2012 ซึ่งเน้นนวัตกรรมและแฟชั่นจ๋ามาก ๆ

เมื่อทราบกันแล้วว่าสีไหนเป็นสีที่ปังในปี 2018 เชื่อว่าหลายคนคงจะมีไอเดียในการหยิบจับสีสันต่าง ๆ มามิกซ์แอนด์แมตช์กันใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า การแต่งกาย เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า รวมถึงสำหรับคนที่อยู่ในแวดวงการออกแบบ เชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับการทำงานได้เป็นอย่างดี ที่สำหรับรับรองว่าจะต้องไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน

 

Posted in การออกแบบ | Tagged , , | Comments Off on Pantone 2018 ปีสีไหนปัง สีไหนเอาท์ มาดูกัน

5 เทรนด์เด่น วงการกราฟิก ดีไซน์ ปี 2018

                แฟชั่น การออกแบบ และการดีไซน์ ดูเหมือนว่าจะสามารถแยกออกจากกันได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกมีความก้าวหน้ามากขึ้นในเรื่องของเทคโนโลยี การออกแบบที่เรียกว่ากราฟิก ดีไซน์สำหรับใช้ในสื่อออนไลน์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กับการออกแบบในสื่อออฟไลน์เช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงได้ 5 เทรนด์การออกแบบกราฟิกดีไซน์ในปี 2018 มาอัพเดทให้คุณได้ทราบ และนำไปปรับใช้กันก่อนใคร

  1. Color of Channels หรือการใช้ลูกเล่นของช่องสี ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของเหล่านักออกแบบทั้งหลาย อย่างที่เราได้เห็นกันแล้วในโปสเตอร์หนังหลาย ๆ เรื่อง โดยการออกแบบช่องสีแล้วอาศัยการใช้ลูกเล่นทำให้ทั้งภาพและสีบิดเบี้ยวดูเลอะเลือนไปบ้างเล็กน้อย ทำให้งานกราฟิกดูน่าสนใจและแปลกตามากขึ้น
  2. Gradients หรือการไล่ระดับสี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ Background พื้นหลังของ Wall paper งานดีไซน์ หรืองาน Presentation ต่าง ๆ การไล่สีก็ยังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2018 โดยดีไซน์เนอร์อาจจะเลือกใช้สีที่ดูมีความทันสมัยมากขึ้นมาใช้ในงาน โดยเฉพาะงานด้านโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์
  3. Creative typography คือ การออกแบบ สรรค์สร้างตัวอักษรในงานดีไซน์ให้มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร โดยเป็นการออกแบบตัวอักษรผสมกับลูกเล่นต่าง ๆ เช่นการใช้สี การใช้ลักษณะของตัวอักษรเป็นตัวเขียนด้วยหมึกหรือพู่กัน การวาดตัวอักษรในลักษณะของสีน้ำมัน การออกแบบตัวอักษรให้ดูแข็งแกร่ง การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เข้าช่วยเพื่อให้ชื่อของโลโก้ หรือชื่อแบรนด์ดูมีความโดดเด่นมากขึ้น เป็นต้น
  4. Colorful 3D Substance คือการออกแบบดีไซน์แบบมีรูปทรงโดยการใช้สีสันสดใสเข้ามาแต่งแต้ม หรือเป็นการ Create ให้งานดู Pop หรือทำให้รูปทรงที่อยู่ในภาพมีมิติ โดดเด่นขึ้นมาจากพื้นหลังหรือลวดลายอื่น ๆ ผสมผสานกับการใช้สีทำให้มิติดูชัดเจนยิ่งขึ้น
  5. Patterns & Palettes inspired by 80’s & 90’s เรียกได้ว่าแฟชั่นและการออกแบบจากในยุค 80 และ 90 ยังมีอิทธิพล แผ่มาถึงงานกราฟิกดีไซน์ในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเทรนด์ในปี 2018 การออกแบบโดยใช้ธีมย้อนยุค อย่างเช่น การใช้สีพาสเทลสวย ๆ ได้แก่ สีชมพูอ่อน ๆ บวกกับการออกแบบรูปทรงเรขาคณิต ก็ยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทรนด์ย้อนยุคมาเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสไตล์ของยุคนี้ ที่ทำให้นึกย้อนไปในวัยเด็ก

เชื่อว่า 5 เทรนด์ของกราฟิกไอเดียที่เรานำมาฝากกัน จะช่วยให้คุณเกิดไอเดียในการสร้างสรรค์งานออกแบบ ทั้งในวงการแฟชั่น การออกแบบตกแต่ง การดีไซน์โลโก้รวมถึงกราฟิกต่าง ๆ สำหรับเว็บไซต์รวมถึงสื่อออฟไลน์และออนไลน์ได้เป็นอย่างดี               

Posted in การออกแบบ | Tagged , , | Comments Off on 5 เทรนด์เด่น วงการกราฟิก ดีไซน์ ปี 2018

อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่นและการแต่งกาย

แน่นอนว่าเรื่องของแฟชั่นของการแต่งกายนั้นย่อมมีที่มาที่ไป เพราะในแต่ละประเทศและแต่และพื้นที่ ก็ย่อมมีเอกลักษณ์ของการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลในเรื่องของแฟชั่นก็คือ เรื่องของศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่นั้น ๆ นั่นเอง รวมถึงเมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมส่งผลในเรื่องอิทธิพลของวัฒนธรรมดังกล่าว ทำให้การแต่งกายถูกประยุกต์และปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน

อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่น

อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่นแบ่งออกได้เป็นหลายระดับ ได้แก่

  1. High Culture หรือวัฒนธรรมชั้นสูง สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบเครื่องแต่งกายของวงการแฟชั่นเลยก็ว่าได้ สำหรับวัฒนธรรมชั้นสูงที่พูดถึงนี้ก็หมายถึง เรื่องของศิลปะ ภาพถ่าย สถาปัตยกรรม ที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจให้เกิดการออกแบบแฟชั่นมาตั้งแต่ยุคอดีต รวมถึงศิลปะเหล่านี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ให้กับนักออกแบบ อย่างเช่น การดีไซน์ของหลุยส์ วิตตอง ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะในอดีต และหลุยส์ วิตตองเอง ก็เป็นต้นแบบของแรงบันดาลให้กับนักออกแบบรุ่นหลังตามมาอีกมากมาย
  2. Pop Culture วัฒนธรรมลักษณะนี้ ส่งผลให้เกิดอิทธิพลต่อการรับรู้ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งในพื้นที่นั้น ๆ รวมไปถึงยังแพร่หลายออกไปมีอิทธิพลในเรื่องของการแต่งกาย และแฟชั่นของคนทั่วโลก เพราะ Pop Culture ก็คือวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของดารา นักร้อง นักแสดง ที่เราเห็นได้ตามโทรทัศน์ หนังสือ และสื่อต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อการแต่งกายของเหล่าวัยรุ่นรวมถึงผู้คนต่าง ๆ ในทุกยุคทุกสมัยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายตามตัวละครหรือนักแสดงที่ชื่นชอบซึ่งเห็นตามสื่อต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้เสื้อผ้ารูปแบบหรือแบรนด์เหล่านั้นขายดีและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอีกด้วย
  3. Low culture หมายถึงวัฒนธรรมในพื้นที่ ท้องถิ่นต่าง ๆ หรือกิจกรรมของผู้คนที่เราสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปในย่านหรือละแวกนั้น ๆ ซึ่งมีอิทธิพลส่งผลมายังเรื่องของแฟชั่นและการแต่งกายเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ลวดลายของกราฟิตี้ ฮิปฮอป สเก็ตบอร์ด การแต่งกายและแฟชั่นในย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หรือการแต่งตัวของนักร้องนักแสดงที่โด่งดัง เพียงแค่ครั้งใดครั้งหนึ่ง ซึ่งอิทธิพลของวัฒนธรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของแฟชั่นและการแต่งกายอย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปอิทธิพลต่าง ๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของศิลปวัฒนธรรม แนวคิด ทัศนคติ การใช้ชีวิตรวมถึงอิทธิพลที่ได้รับมาจากพื้นที่หรือประเทศอื่น ๆ ทำให้เรื่องของแฟชั่นหรือการแต่งกายย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งผู้ที่ทำธุรกิจในวงการแฟชั่นจะต้องคอยติดตามอัพเดทเทรนด์ให้ทันกระแสอย่างใกล้ชิด

 

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on อิทธิพลของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อแฟชั่นและการแต่งกาย

แฟชั่นยุค 80 ทำไมใคร ๆ ถึงหลงรักยุคนี้

                เมื่อพูดถึงเรื่องของยุคและวิวัฒนาการของแฟชั่นในอดีต ยุค 80 ถือเป็นอีกหนึ่งยุคของการแต่งตัวที่ใคร ๆ ก็หลงรักและยังจดจำได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวของเหล่าดารา เซเลปในยุคนั้น ที่สร้างอิทธิพลและส่งผลให้การแต่งกายในยุค 80 ได้รับความนิยม รวมถึงดีไซน์เนอร์หลายคนยังได้นำเอากลิ่นอาย และแรงบันดาลใจจากในอดีตมาสรรค์สร้างผลงานการออกแบบเสื้อผ้าที่ทันสมัยได้แม้จะอยู่ในยุคในปัจจุบัน

สไตล์ของแฟชั่นในยุค 80

                เมื่อพูดถึงแฟชั่นในยุค 80 หลายคนก็คงจะเริ่มนึกออกว่าการแต่งกายในสมัยนั้นจะเน้นอะไรที่เยอะ ประโคมกันเข้าไปให้มาก ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งเปรี้ยว เฟี้ยว เก๋ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า ทรงผม สำหรับสาว ๆ เรื่องของทรงผมก็ต้องเป็นทรงฟูฟ่อง การแต่งกายด้วยสีสันสดใส สีอะไรตัดกับสีอะไรก็ได้ไม่ต้องไปแคร์ เสื้อแดงกางเกงเหลือง เสื้อเขียวกางเกงส้มก็ใส่ได้ เรียกว่ามองเห็นกันตั้งแต่ปากซอยเลยทีเดียว ส่วนพร็อพก็ประโคมใส่เข้าไปอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าผูกผมสีจัด ลวดลายมาเต็ม ดอกใหญ่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสวยมากเท่านั้น สร้อย คอ แหวน กำไล มีเท่าไหร่ก็ใส่เข้าไป รับรองไม่มีเอาท์ และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือการสวมใส่เลกกิ้งสีเจ็บ ๆ ของสาว ๆ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์การแต่งกายในยุค 80 ที่มีอิทธิพลและได้รับความนิยมหวนกลับมาอีกครั้งในปัจจุบัน ส่วนแฟชั่นสำหรับผู้ชายการแต่งตัวสไตล์ร็อค หรือเฮฟวีเมทัลก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในยุคนี้

ดาราเซเลปที่เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งกายในยุค 80

                เมื่อพูดถึงแฟชั่นในยุค 80 ดาราเซเลปคนแรก ๆ ที่ต้องนึกถึงก็คงจะไม่พ้นมาดอนน่าและไมเคิล แจ็คสัน สองซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในยุคนั้น ที่เน้นการแต่งกายด้วยสีสันสดใส รวมถึงการแต่งกายแบบมีเพชรประดับเปล่งประกายระยิบระยับโดดเด่นไปทั้งเวทีคอนเสิร์ต และอีกหนึ่งคนที่เป็นผู้นำแฟชั่นยุค 80 ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้การแต่งตัวสไตล์ร็อคเป็นที่รู้จัก และสร้างอิทธิพลให้ผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง ลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบไม่แคร์สังคม รวมถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ก็คือ เดวิด โบวี่ ไม่ว่าจะเป็นการใส่กางเกงตัวหลวมโคร่ง กางเกงขายาวขาม้า และจั๊มพ์สูทสีสันแสบทรวง

                ถึงแม้ยุค 80 จะผ่านมาเป็นเวลาหลาย 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีผู้นำแฟชั่น รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นจากในยุคนั้นจำนวนไม่น้อย ที่ยังรักในการแต่งตัวย้อนยุคอย่างเช่นศตวรรษที่ 80 มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเอกลักษณ์และความสวยงามของแฟชั่นในอดีตย่อมเป็นที่จดจำและไม่มีวันเลือนหายไป

Posted in เครื่องแต่งกาย | Tagged , , | Comments Off on แฟชั่นยุค 80 ทำไมใคร ๆ ถึงหลงรักยุคนี้